เปิดตัวแล้ว Motorola EDGE และ EDGE+ มือถือ 5G พร้อมกับกล้อง 108 ล้านพิกเซล รุ่นแรกของค่าย 

เปิดตัวแล้ว Motorola EDGE และ EDGE+

เปิดตัวแล้ว Motorola EDGE และ EDGE+ มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของค่าย โดยมีชื่อเรียกสั้นๆ ในค่ายว่า Endless Edge พร้อมกับการออกแบบใหม่ที่อาจจะไม่เคยเห็นในมือถือค่ายนี้แต่เชื่อว่า มันแปลกใหม่สำหรับ Motorola

Motorola EDGE+

เริ่มต้นกับเรือธงกันก่อนโดย Motorola EDGE+ จะมาพร้อมกับหน้าจอ 6.7 นิ้วใช้ Panel การแสดงผล AMOLED และรองรับการแสดงผล HDR10+ และเป็นรุ่นแรกที่ได้หน้าจอมีค่า Refresh Rate 90Hz ส่วนความละเอียดยังคงเป็น 1080P+ แถมใช้ระบบสแกนนิ้วมือในหน้าจอ พร้อมกับกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซลแบบ Punch Display อยู่มุมซ้ายของหน้าจอ

ในเวอร์ชั่นที่ขายในสหรัฐอเมริกาจะรองรับ mmWave 5G มีจุดเด่นรองรับความเร็วในการ Download สูงสุดที่ 4Gbps บนเครือข่ายอย่าง Verizon แต่เวอร์ชั่นตลาดโลกจะรองรับ sub-5GHz 5G

ส่วนกล้องนั้นให้ความละเอียดสูงสุดที่ 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.8 พร้อมกับเซนเซอร์ 4 in 1 Cell ย่อขนาดการภาพได้ถึง 27 ล้านพิกเซล แถมเซนเซอร์ยังใช้ร่วมกับ Samsung Galaxy S20 Ultra, Xiaomi Mi 10 ส่วนกล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลรองรับการซูมแบบ Optical ได้มากถึง 3 เท่า และกล้องตัวสุดท้ายเป็นกล้องมุมกว้าง 117 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับ ToF Sensor และรองรับการถ่ายวิดีโอได้มากถึง 6K

Motorola EDGE+ ให้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 865, พร้อมกับ RAM 12GB, แบบ LPDDR5 และยังรองรับความจำ 256GB แบบ UFS 3.0 พร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh เคลมว่าใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 2 วัน และยังชาร์จไฟเร็วผ่าน Turbo Power กำลัง 18W และยังรองรับ Wireless Charge กำลัง 15W และจ่ายไฟออกให้อุปกรณ์ผ่าน Wireless กำลัง 5W เช่นกัน

และข่าวดีคือทั้งคู่ยังมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาให้อยู่เช่นเคย และมีให้เลือก 2 สีคือ Smokey Sangria, Thunder Grey 

ส่วนราคานั้นเริ่มต้นที่ 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และมีแบบสัญญาให้เลือก เริ่มจำหน่าย 14 พฤษภาคม แต่ยุโรป ราคาจะอยู่ที่ 1,199 ยูโร หรือประมาณ 41,990 บาท เริ่มขายเดือนพฤษภาคม

Motorola EDGE

มาถึงตัวรองกันบ้างจุดที่เหมือนกันคือหน้าจอจะได้ขนาด 6.7 นิ้วเท่ากันความละเอียดและรองรับเทคโนโลยีที่เหมือนกัน แต่ว่ามีการเปลี่ยนแปลง CPU ใหม่คราวนี้ใช้น้องเล็กอย่าง Snapdragon 765G รองรับ 5G เหมือนกัน แต่จะเป็นแบบ sub-6GHz เท่านั้น

มาพร้อมกับความจำขนาด 6GB สำหรับสหรัฐ และ 4GB สำหรับทั่วโลก แต่ได้ความจำเท่ากัน 128GB และสามารถเพิ่มความจำ ผ่าน MicroSD

กล้องหลังจะเปลี่ยนแปลงกล้องหลัก เป็น 64 ล้านพิกเซล ที่เหลือยังคงเหมือนกันกับ edge+ ทั้งเลนส์มุมกว้าง, Telephoto, 3D ToF และกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล ส่วนแบตเตอรี่ให้ขนาด 4500 mAh รองรับ 18W แถมรุ่นนี้รองรับลำโพงแบบ Stereo รองรับ Android 10 และอัปเกรดไปที่ Android 11 เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามมือถือรุ่นนี้จะเปิดตัวในหลายทวีปพร้อมกับราคาเริ่มตัน 599 ยูโร และมีสีให้เลือกคือ Solar Black และ Midnight Magenta

ที่มา : GSMArena

เพจเฟสบุ๊คของเรา : Iphonmodx

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here